ธุรกิจหรือแบรนด์ต่างๆกับการบ้านการเมืองไทย

การเลิกว่าจ้าง การไล่ออก พักงาน อะไรก็แล้วแต่ ในกรณีที่พบว่าแอดไม่นไม่ถูกจริง ก็ช่วยลดความโกรธลงได้อย่างดีเยี่ยม (รวมทั้งหลายทีก็ไม่มีผู้ใดรู้ดีว่าไล่บุคลากรจริงไหม)

แน่ๆ การขอโทษอย่างเป็นทางการ การปรับแต่ง จะต้องมีตามมา ขึ้นกับแต่ละกรณี บนความละเอียดลออถัดไป

แง่คิดสำคัญเป็น “น้ำถังเดียว ไม่สามารถที่จะปิดไฟได้ทั้งยังกอง” จำต้องใช้หลายแนวทาง แล้วก็มุ่งหวังเอาทันทีทันควันได้ยาก อาจจะเริ่มต้นด้วยการควบคุมไม่ให้แผ่ขยายก่อน แล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยๆทยอยไล่ดับไป

แง่คิดส่งท้าย
ธุรกิจ หรือแบรนด์ต่างๆกับการบ้านการเมืองไทย เคยเป็นของเป็นพิษมานับเป็นเวลาหลายปี แม้กระนั้นในวันนี้อะไรบางอย่างแปรไป จากที่รู้เรื่องกันมุมเดียวเลยว่า อย่าไปยุ่งอย่าไปแตะต้อง กลายเป็นพวกเรามองเห็นหลายผลิตภัณฑ์ หลายร้านขายของ รวมทั้งบางแบรนด์ จนกระทั่ง ศิลปิน เซเลป ต่างๆกล้าออกมาเลือกข้างมากขึ้น บางทีอาจมองเห็นกรุ๊ปลูกค้าที่กระจ่างแจ้ง(ว่าเป็นคนสมัยใหม่) หรือด้วยเหตุการณ์บางสิ่งสนับสนุนเยอะขึ้น

ซึ่งก็ไม่มีความต่างจากหลายเรื่อง กระแสทุกกระแสมีอีกทั้งแง่ลบ แง่ดี เกิดเรื่องต้องระมัดระวัง เข้าทางดีก็มีลูกค้า เข้าทางไม่ถูกก็เสียหายได้ตามกฎระเบียบ

และไม่ว่ากระแสใด ย่อมมีวันจางไป ยากอยู่ได้ถาวร แบรนด์ที่แข็งก็ฝ่าได้ทุกกระแส แบรนด์ที่เฉลี่ยวฉลาดก็ตามได้ทุกกระแส แบรนด์ที่ระแวดระวังก็แค่ จำต้องไม่สวนกระแส เท่านั้นเอง

(หมายเหตุ) เนื้อหานี้ไม่ได้มีเจตนาสรุปว่าความประพฤติปฏิบัติของคนไหน หรือหน่วยงานใดไม่ถูกหรือถูก อะไร เพราะเหตุว่าในหลายหัวข้อยังปรารถนาข้อมูลหลักฐานถัดไป เน้นเพียงแค่แง่คิดทางธุรกิจแค่นั้น